NEW IN STORE

BIKK SNEAKER

เป็นเเบรนด์ Streetwear สัญชาติไทยที่ออกเเบบโดยคนไทย มีดีไซน์เฉพาะตัวเน้นความเรียบเท่ เเละสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นเมืองกรุงหรือกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย เเละมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มี Lifestyle ที่โดดเด่น สนใจสินค้าคลิ๊ก

Let’s connect

Search

กุมภาพันธ์ 2019

  /    /  กุมภาพันธ์

ไหนๆทุกๆเดือนกุมภาพันธ์และเดือนตุลาคมในแต่ละปีถูกตั้งให้เป็น Black History Month เพื่อเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์และความสำเร็จของชาวผิวสีอย่างที่เรากล่าวไปในบทความก่อน ในวันสุดท้ายของ BHM อย่างวันนี้ก็อยากจะร่วม Celebrate กับเดือนนี้ ด้วยการมาแนะนำ 7 แบรนด์แฟชั่นจากดีไซน์เนอร์ผิวสีที่น่าจับตามองและไม่ควรพลาดกัน Pyer Moss Designer : Kerby Jean-Raymond     เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2013 โดย Kerby Jean-Reymond โดยตั้งชื่อแบรนด์โดยได้แรงบันดาลใจมากจากชื่อของคุณแม่ของเขา Vnia Moss-Pierre โดย Reymond เองเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายไฮติที่เรียกได้ว่าน่าจับตามองมากๆ ทั้งยังเคยได้รับรางวัลจาก Vogue และในปี 2018 ที่ผ่านมาก็มีคอลแลบคู่กับแบรนด์รองเท้า Reebok แค่นั้นยังไม่พอ Michelle Obama ภรรยาของ Barack Obama และ

Ruth E. Carter และ Hannah Beachler พลิกประวัติศาสตร์หญิงผิวสีในออสการ์ด้วย Costume Design และ Production Design เป็นเวลาถึงสามสิบห้าปีที่ผู้หญิงอเมริกันเชื้อสายแอฟริกันไม่ได้รับรางวัลออสการ์ในสาขาต่างๆยกเว้นสาขานักแสดงเลย ครั้งล่าสุดที่มีหญิงสาวผิวสีได้รับรางวัลนั่นก็คือ Irene Cara กับรางวัล Best Original Song ในปี 1984       แต่แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมารางวัล Best Costume Design ของ Ruth E. Carter และรางวัล Best Production Design ของ Hannah Beachler จากภาพยนตร์เรื่อง Black Panther ก็สร้างปรากฏการณ์สำหรับวงการภาพยนตร์

ใครกันที่กำหนดว่าสาวๆจะต้องแต่งตัวสีแดงสีชมพูในวันวาเลนไทน์? เพราะว่าในคอลเลคชั่น Spring 2019 ล่าสุดของ Ralph Lauren ไม่กี่วันที่ผ่านมา เสื้อผ้าที่ออกมานั้นคือส่วนผสมจากความสะพรั่งของสีทองและสีดำมาในลุคเซ็กซี่แบบมีคลาส เหมือนอยากจะพูดกับโลกว่าเลิกคิดว่าวาเลนไทน์จะต้องเป็นเสื้อผ้าสีแดงสีชมพูอ่อนหวานได้แล้ว เพราะว่าพวกเธอสวยอยู่แล้วไม่ว่าจะสวมใส่เสื้อผ้าสีอะไร อย่าตีกรอบความรักไว้เพียงแค่สีไม่กี่สี ไปดูกันว่าความเซ็กซี่สวยงามแบบเข้มขรึมมีระดับของ Ralph Lauren กันว่าจะเป็นยังไง COOL CARDI     ความสบายและความงามสะดุดตาต้องมาก่อน กับเสื้อ Sweater ขนแกะทรงครอปประดับสีทองแวววับเป็นลายขวาง คู่กับคาดิแกนลายเดียวกัน เสริมด้วยกระโปรงแพรยาวสลวยจบด้วยรองเท้ายางสีทองเตะตา เรียกได้ว่าเป็นลุคเซฟที่ไม่เซฟเท่าไหร่ด้วยรายละเอียดสีทองระยิบระยับ แต่เชื่อเถอะว่าไปทานดินเนอร์ได้อย่างเฉิดฉายแน่นอน SHEER BEAUTY     แน่นอนว่าความเซ็กซี่จะน่าสนใจก็ต่อเมื่อเผยช่องว่างให้หนุ่มๆได้ไปจินตาการกันต่อ ไม่แปลกเลยที่ผ้าซีทรูจะเป็นตัวเลือกที่ดีในเดทวันวาเลนไทน์ ผ้าซีทรูสีดำสุดพริ้วไหวกับกางเกงผ้าแพรเอวสูง ดูสุขุมแต่แฝงความเซ็กซี่ ปิดท้ายด้วยสีทองแทรกที่เข็มขัด รองเท้า และกระเป๋าถือ เป็นอีกลุคเข้มๆแอบขี้เล่นประหนึ่งเป็น Catwoman   TIMELESS ELEGANCE     ถ้ากำลังมองหาลุคที่เคร่งขรึมขึ้นไปอีก สำหรับดินเนอร์ที่เป็นทางการมากหน่อย แนะนำให้ลองมองส่วนผสมที่ลงตัวนี้ ด้วยเสื้อ Peplum เลื่อมๆแต่บางเบา ตัดกับกระโปรงยาวผิวด้าน

ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมามีดราม่าในวงการแฟชั่นที่เกี่ยวข้องกับการเหยียดผิวถึงสองกรณีด้วยกัน กรณีแรกนั่นคือ Sweater ในคอลเลคชั่น Fall/Winter 18 ของ Gucci ที่สามารถดึงคอเสื้อมาคลุมได้ถึงบริเวณจมูก แต่มีการเว้นช่วงปากไว้และบริเวณที่คลุมรอบริมฝีปากนั้นมีสีแดง       และเคสที่สองสดๆกับรองเท้าของ Katy Perry ที่ประดับลักษณะคล้ายหน้าคนบนรองเท้าสีดำสนิท ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่นาน Prada เองก็มีประเด็นกับพวกกุญแจ Otto-Toto ด้วยสาเหตุใกล้เคียงกัน นั่นคือพวงกุญแจตัวนี้มีลักษณะเหมือนลิงสีน้ำตาลเข้มที่ปากหนาๆสีแดง หรือย้อนไปไกลกว่านั้นแบรนด์ Scooter LaForge ก็เคยมีเสื้อโค้ทที่สกรีนลาย คล้ายคลึงกับหน้าของ Sambo ตัวละครผิวสีปากหนาสีแดง หรืออีกหลายๆกรณีที่เกิดขึ้นเรื่อยมา       สิ่งที่เห็นอย่างชัดเจนก็คือทุกกรณีมีจุดร่วมกันที่ ใบหน้าสีดำกับปากหนาๆสีแดง แล้วทำไมสิ่งนี้ถึงอ่อนไหวมากนักในสากลโลก วันนี้เราจะมาแถลงไขให้ครับ Blackface (and Red Lips) ในบริบทของโลกตะวันตกนั้นเป็นภาพแทนของการเหยียดผิวอย่างชัดเจน โดยมีที่มาจากช่วงต้นของศตวรรษที่ 19 มีโชว์หนึ่งที่ค่อนข้างโด่งดังและได้รับความนิยมในอเมริกาอย่างมาก นั่นก็คือ Minstrel Show

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยสงสัยว่าสัญลักษณ์ต่างๆนาๆที่ติดพ่วงมากับป้าย Tag ต่างๆบนเสื้อผ้านั้นหมายความว่าอะไรกันบ้าง เพราะว่าสัญลักษณ์เหล่านั้นช่างมีเยอะแยะมากมายเสียเหลือเกิน บางอันก็เห็นบ่อย บางอันก็ไม่เคยเห็น แล้วแต่ละอันมันกำลังบอกอะไรเราอยู่กันแน่ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับสัญลักษณ์ป้าย Care Labels ที่พบเจอกันครับก็หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกคนในการดูแลรักษาเสื้อผ้าให้มีอายุการใช้งานที่สมควรไม่เสียหายก่อนวัยอันควร ยังไงก็อย่าลืมสนใจป้าย Care Labels บนเสื้อผ้าตัวโปรดของคุณกันซักนิดก่อนที่จะทำเสียของโดยไม่รู้ตัว Washing     สัญลักษณ์กลุ่มแรกจะกล่าวถึงเรื่องของ การซัก โดยจะแทนด้วยสัญลักษณ์เป็นรูปหน้าตัดด้านข้างของภาชนะใส่น้ำโดยจะโฟกัสไปที่การซักเครื่องซะมากกว่า โดยสามารถนำไปผสมกับสัญลักษณ์อื่นๆเพื่อให้ได้ความหมายอื่นอีกด้วย เช่นการผสมเข้ากับสัญลักษณ์ของ อุณหภูมิ (จุด) ก็ใช้ระบุว่าควรซักเครื่องในอุณภูมิเย็นร้อนมากน้อยตามจำนวนจุด การเติมสัญลักษณ์ของ การปั่น (ขีดข้างใต้) ก็ใช้ระบุความแรงในการปั่นตามจำนวนขีด หรือการเพิ่มรูปมือเข้าไปก็แปลได้ง่ายๆว่าต้องซักมือ หรือถ้ากากบาททับสัญลักษณ์การซักไปเลยก็แปลว่าห้ามซัก โดยส่วนมากเงื่อนไขต่างๆเกี่ยวกับการซักนั้นจะพบในเนื้อผ้าที่ค่อนข้างมีความบอบบางหรือ Sensitive  ต้องควบคุมความหนักเบา หรืออุณหภูมิในการซักเพื่อรักษาสภาพเนื้อผ้าไว้ให้ดีที่สุด   Tumble Dry     รูปวงกลมที่มีกรอบสี่เหลี่ยมล้อมรอบเป็นสัญลักษณ์ของการอบแห้งหรือการปั่นแห้งนั่นเอง เช่นกันกับสัญลักษณ์ การซัก ที่เมื่อเติมจุดหรือขีดไปข้างใต้จะเป็นการระบุเรื่องของอุณหภูมมิและความแรง ซึ่งอาจจะไม่นิยมในบ้านเรานักเพราะวิธีการนี้ถูกออกแบบมาสำหรับประเทศที่แสงแดดไม่เพียงพอในการตากผ้า ส่วนใหญ่มักไม่พบผ้าชนิดไหนที่จำเป็นต้องใช้การอบแห้งเท่านั้น เหมือนเป็นทางเลือกเสียมากกว่า แต่ก็มีเนื้อผ้าจำพวกผ้าวูลหรือขนสัตว์ที่มักจะห้ามอบแห้ง เพื่อรักษา

 ต้องยอมรับจริงๆว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันได้แผ่ขยายไปในทุกอย่าง และแน่นอนในแวดวงแฟชั่นหรือรองเท้าก็เช่นกันในปัจจุบันเราอาจจะได้เห็น Smart Running Shoes ซะมากกว่า เพราะด้วยฟังก์ชั่นการตรวจจับต่างๆน่าจะตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้รองเท้าวิ่งมากกว่า แต่ก็ชะล่าใจไม่ได้ เพราะว่า Sneaker เองก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวมาจับ Smart Shoes กันบ้างแล้ว      ในตลาดรองเท้าวิ่ง แบรนด์ที่ครองตลาดอย่าง Nike และ Adidas ก็เป็นผู้เล่นหลัก ที่ช่วยพาตลาดร้องเท้าวิ่งให้แทบจะเป็น Smart Shoes กันไปหมด แม้แต่เหล่าผู้เล่นรองอย่าง Xiaomi หรือ Under Armour เองก็น่าสนใจ แล้วพอตลาด Smart Running Shoes เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น แน่นอนว่าเราจะได้เห็นพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่หวือหวาภายในระยะเวลาสั้นๆอย่างแน่นอน        ซึ่งจากที่กล่าวไปว่า Nike และ Adidas นั้นเป็นเจ้าตลาดของ Runing Shoes

 เรียกได้ว่าการใส่ใจสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนั้นแผ่ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในวงการแฟชั่นเองก็เช่นกัน ซึ่งช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเห็นความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่นที่มีทิศทางที่ดีขึ้น ในการรักษาสภาพแวดล้อมของโลกเราด้วยการถลุงทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์เราแล้วนั้นยิ่งในวงการแฟชั่นที่ใช้วัสดุจากสัตว์อย่างมหาศาลในแต่ละปี โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา London Fashion Week เป็นงานแฟชั่นโชว์แรกในโลก ที่แบนขนสัตว์จริงๆออกไปจากงานเลย ถือเป็นหนึ่งสัญญาณที่บอกว่าวงการแฟชั่นสากล เริ่มมีความตระหนักถึงปัญหาระดับโลกนี้เช่นกัน รวมถึงแบรนด์แถวหน้าของวงการเริ่มมีความเคลื่อนไหว ประกาศหยุดใช้วัสดุจากสัตว์กันบ้างแล้วอย่างเช่น Coach, Burberry, Versace, Gucci, Armani, Vivienne Westwood, Kate Spade และ อีกหลายแบรนด์ที่เลิกใช้ขนสัตว์กันไปแล้ว              สิ่งที่น่าสนใจมากๆเลยก็คือ วัสดุจากสัตว์แท้ๆเคยเป็นสิ่งที่หรูหราและเพิ่มมูลค่าให้สิ้นค้าแฟชั่นได้อย่างมหาศาล แต่ในยุคนี้กลับกลายเป็นวัสดุต้องห้ามที่ถูกแบนจากหลายๆแหล่ง ด้วยมายาคติและค่านิยมที่เปลี่ยนไปของโลกใบนี้นั่นเอง แต่นอกจากการช่วยประหยัดทรัพยกรจากสัตว์ต่างๆ ที่เคยสิ้นเปลืองมากๆ ยังมีประโยชน์ทางอ้อมของเทรนด์รักกษ์โลกนี้อีกด้วย นั่นก็คือการเปิดโอกาสความเป็นได้ให้วัสดุใหม่ๆได้มาโลดแล่นบนรันเวย์กันมากขึ้น อย่างเช่นพวกวัสดุสังเคราะห์ต่างๆที่เคยตกอยู่ในวรรณะล่างๆมาตลอด ก็ถูกพัฒนาให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นในยุคนี้ พวก Alternative Material และ

แฟชั่นดีไซน์เนอร์ชาวดัตช์นาม Iris Van Herpen ผสมผสานเทคโนโลยีการตัดเย็บที่ล้ำสมัย เข้ากับความคลาสสิคออกมาผ่านเสื้อผ้าที่ชวนให้กระตุ้นความคิด ในคอลเลคชั่นล่าสุดของเธอ “Shift Souls” พึ่งไปเฉิดฉายใน Paris Fashion Week ที่ผ่านมา ความโดดเด่นของชุดเซ็ทนี้ก็คือการเล่นไปกับโครงสร้างและสี เพื่อทลายขอบเขตระหว่าง แฟชั่น เทคโนโลยี และ ศิลปะ Van Herpen อธิบายว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจาก การจำแลงกายในตำนานของญี่ปุ่น มันทำให้เธอนึกการเปรียบเปรย ระหว่างความไม่แน่นอนของรูปร่างในตำนานเหล่านั้นกับความไม่แน่นอนในยุคดิจิตอลนี้ หลายๆองค์ประกอบในคอลเลคชั่น Shift Souls นั้นถูกสร้างขึ้นจากการใช้เทคนิค Laser Cut ในการตัดผ้าแต่ละชิ้นออกมาเป็นรูปร่างจาก นก หรือ ใบหน้าคน โดย Van Herpen สนใจในความเปลี่ยนแปลงของร่างกายมนุษย์ และได้ความช่วยเหลือจาก

 เป็นที่รู้กันดีว่าเดือนกุมภาพันธ์คือเดือนแห่งความรักในทุกๆปีแต่ละแบรนด์จะเฉลิมฉลองวันวาเลนไทน์ด้วยไอเทมชิ้นพิเศษ เราจะพาไปดูกันว่าปี 2019 นี้มีแบรนด์ไหนเผยของออกมาแล้วบ้าง Converse Heart-Filled Chuck 70 Low     ชิ้นแรกกับ Converse ที่ทันแทบทุกเทศกาล ด้วยความคลาสสิคประกอบกับความอมตะของ Chuck Taylor ทำให้สามารถแมทช์ได้กับทุกเทศกาลทุกลุคเลย สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้ Chuck Taylor มาในโมเดลของปี 70 วัสดุเป็นหนังสีดำด้านนอกตัดกับผ้าบุด้านในสีแดง สกรีนข้อความ “KEEP LOVING, KEEP FIGHTING” พร้อมรูปหัวใจ วิ่งรอบขอบรองเท้า และตลอดความยาวของเชือกผูกรองเท้า ใต้พื้นรองเท้าสีดำตัดกันดีกับแพทเทิร์นรูปหัวใจสีแดง เปิดราคามาสวยๆที่ประมาณ 2,800 บาทเท่านั้น   Adidas Valentine Themed Superstar       Adidas เองก็หยิบเอาโมเดลสุดคลาสสิคมาใช้ในการเฉลิมฉลองวันแห่งความรักเช่นกัน กับทรงยอดนิยมอย่าง Superstar และมาพร้อมกับความเรียบง่ายแต่ลงตัว

X