NEW IN STORE

BIKK SNEAKER

เป็นเเบรนด์ Streetwear สัญชาติไทยที่ออกเเบบโดยคนไทย มีดีไซน์เฉพาะตัวเน้นความเรียบเท่ เเละสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นเมืองกรุงหรือกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย เเละมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มี Lifestyle ที่โดดเด่น สนใจสินค้าคลิ๊ก

Let’s connect

Search

Update Your Style

  /  Update Your Style (Page 2)

เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยสงสัยว่าสัญลักษณ์ต่างๆนาๆที่ติดพ่วงมากับป้าย Tag ต่างๆบนเสื้อผ้านั้นหมายความว่าอะไรกันบ้าง เพราะว่าสัญลักษณ์เหล่านั้นช่างมีเยอะแยะมากมายเสียเหลือเกิน บางอันก็เห็นบ่อย บางอันก็ไม่เคยเห็น แล้วแต่ละอันมันกำลังบอกอะไรเราอยู่กันแน่ วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับสัญลักษณ์ป้าย Care Labels ที่พบเจอกันครับก็หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกคนในการดูแลรักษาเสื้อผ้าให้มีอายุการใช้งานที่สมควรไม่เสียหายก่อนวัยอันควร ยังไงก็อย่าลืมสนใจป้าย Care Labels บนเสื้อผ้าตัวโปรดของคุณกันซักนิดก่อนที่จะทำเสียของโดยไม่รู้ตัว Washing     สัญลักษณ์กลุ่มแรกจะกล่าวถึงเรื่องของ การซัก โดยจะแทนด้วยสัญลักษณ์เป็นรูปหน้าตัดด้านข้างของภาชนะใส่น้ำโดยจะโฟกัสไปที่การซักเครื่องซะมากกว่า โดยสามารถนำไปผสมกับสัญลักษณ์อื่นๆเพื่อให้ได้ความหมายอื่นอีกด้วย เช่นการผสมเข้ากับสัญลักษณ์ของ อุณหภูมิ (จุด) ก็ใช้ระบุว่าควรซักเครื่องในอุณภูมิเย็นร้อนมากน้อยตามจำนวนจุด การเติมสัญลักษณ์ของ การปั่น (ขีดข้างใต้) ก็ใช้ระบุความแรงในการปั่นตามจำนวนขีด หรือการเพิ่มรูปมือเข้าไปก็แปลได้ง่ายๆว่าต้องซักมือ หรือถ้ากากบาททับสัญลักษณ์การซักไปเลยก็แปลว่าห้ามซัก โดยส่วนมากเงื่อนไขต่างๆเกี่ยวกับการซักนั้นจะพบในเนื้อผ้าที่ค่อนข้างมีความบอบบางหรือ Sensitive  ต้องควบคุมความหนักเบา หรืออุณหภูมิในการซักเพื่อรักษาสภาพเนื้อผ้าไว้ให้ดีที่สุด   Tumble Dry     รูปวงกลมที่มีกรอบสี่เหลี่ยมล้อมรอบเป็นสัญลักษณ์ของการอบแห้งหรือการปั่นแห้งนั่นเอง เช่นกันกับสัญลักษณ์ การซัก ที่เมื่อเติมจุดหรือขีดไปข้างใต้จะเป็นการระบุเรื่องของอุณหภูมมิและความแรง ซึ่งอาจจะไม่นิยมในบ้านเรานักเพราะวิธีการนี้ถูกออกแบบมาสำหรับประเทศที่แสงแดดไม่เพียงพอในการตากผ้า ส่วนใหญ่มักไม่พบผ้าชนิดไหนที่จำเป็นต้องใช้การอบแห้งเท่านั้น เหมือนเป็นทางเลือกเสียมากกว่า แต่ก็มีเนื้อผ้าจำพวกผ้าวูลหรือขนสัตว์ที่มักจะห้ามอบแห้ง เพื่อรักษา

 ต้องยอมรับจริงๆว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันได้แผ่ขยายไปในทุกอย่าง และแน่นอนในแวดวงแฟชั่นหรือรองเท้าก็เช่นกันในปัจจุบันเราอาจจะได้เห็น Smart Running Shoes ซะมากกว่า เพราะด้วยฟังก์ชั่นการตรวจจับต่างๆน่าจะตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้รองเท้าวิ่งมากกว่า แต่ก็ชะล่าใจไม่ได้ เพราะว่า Sneaker เองก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวมาจับ Smart Shoes กันบ้างแล้ว      ในตลาดรองเท้าวิ่ง แบรนด์ที่ครองตลาดอย่าง Nike และ Adidas ก็เป็นผู้เล่นหลัก ที่ช่วยพาตลาดร้องเท้าวิ่งให้แทบจะเป็น Smart Shoes กันไปหมด แม้แต่เหล่าผู้เล่นรองอย่าง Xiaomi หรือ Under Armour เองก็น่าสนใจ แล้วพอตลาด Smart Running Shoes เกิดการแข่งขันกันมากขึ้น แน่นอนว่าเราจะได้เห็นพัฒนาการทางเทคโนโลยีที่หวือหวาภายในระยะเวลาสั้นๆอย่างแน่นอน        ซึ่งจากที่กล่าวไปว่า Nike และ Adidas นั้นเป็นเจ้าตลาดของ Runing Shoes

 เรียกได้ว่าการใส่ใจสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันนั้นแผ่ขยายกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในวงการแฟชั่นเองก็เช่นกัน ซึ่งช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราเห็นความเคลื่อนไหวในวงการแฟชั่นที่มีทิศทางที่ดีขึ้น ในการรักษาสภาพแวดล้อมของโลกเราด้วยการถลุงทรัพยากรธรรมชาติของมนุษย์เราแล้วนั้นยิ่งในวงการแฟชั่นที่ใช้วัสดุจากสัตว์อย่างมหาศาลในแต่ละปี โดยในปี 2018 ที่ผ่านมา London Fashion Week เป็นงานแฟชั่นโชว์แรกในโลก ที่แบนขนสัตว์จริงๆออกไปจากงานเลย ถือเป็นหนึ่งสัญญาณที่บอกว่าวงการแฟชั่นสากล เริ่มมีความตระหนักถึงปัญหาระดับโลกนี้เช่นกัน รวมถึงแบรนด์แถวหน้าของวงการเริ่มมีความเคลื่อนไหว ประกาศหยุดใช้วัสดุจากสัตว์กันบ้างแล้วอย่างเช่น Coach, Burberry, Versace, Gucci, Armani, Vivienne Westwood, Kate Spade และ อีกหลายแบรนด์ที่เลิกใช้ขนสัตว์กันไปแล้ว              สิ่งที่น่าสนใจมากๆเลยก็คือ วัสดุจากสัตว์แท้ๆเคยเป็นสิ่งที่หรูหราและเพิ่มมูลค่าให้สิ้นค้าแฟชั่นได้อย่างมหาศาล แต่ในยุคนี้กลับกลายเป็นวัสดุต้องห้ามที่ถูกแบนจากหลายๆแหล่ง ด้วยมายาคติและค่านิยมที่เปลี่ยนไปของโลกใบนี้นั่นเอง แต่นอกจากการช่วยประหยัดทรัพยกรจากสัตว์ต่างๆ ที่เคยสิ้นเปลืองมากๆ ยังมีประโยชน์ทางอ้อมของเทรนด์รักกษ์โลกนี้อีกด้วย นั่นก็คือการเปิดโอกาสความเป็นได้ให้วัสดุใหม่ๆได้มาโลดแล่นบนรันเวย์กันมากขึ้น อย่างเช่นพวกวัสดุสังเคราะห์ต่างๆที่เคยตกอยู่ในวรรณะล่างๆมาตลอด ก็ถูกพัฒนาให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นในยุคนี้ พวก Alternative Material และ

แฟชั่นดีไซน์เนอร์ชาวดัตช์นาม Iris Van Herpen ผสมผสานเทคโนโลยีการตัดเย็บที่ล้ำสมัย เข้ากับความคลาสสิคออกมาผ่านเสื้อผ้าที่ชวนให้กระตุ้นความคิด ในคอลเลคชั่นล่าสุดของเธอ “Shift Souls” พึ่งไปเฉิดฉายใน Paris Fashion Week ที่ผ่านมา ความโดดเด่นของชุดเซ็ทนี้ก็คือการเล่นไปกับโครงสร้างและสี เพื่อทลายขอบเขตระหว่าง แฟชั่น เทคโนโลยี และ ศิลปะ Van Herpen อธิบายว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจาก การจำแลงกายในตำนานของญี่ปุ่น มันทำให้เธอนึกการเปรียบเปรย ระหว่างความไม่แน่นอนของรูปร่างในตำนานเหล่านั้นกับความไม่แน่นอนในยุคดิจิตอลนี้ หลายๆองค์ประกอบในคอลเลคชั่น Shift Souls นั้นถูกสร้างขึ้นจากการใช้เทคนิค Laser Cut ในการตัดผ้าแต่ละชิ้นออกมาเป็นรูปร่างจาก นก หรือ ใบหน้าคน โดย Van Herpen สนใจในความเปลี่ยนแปลงของร่างกายมนุษย์ และได้ความช่วยเหลือจาก

 เป็นที่รู้กันดีว่าเดือนกุมภาพันธ์คือเดือนแห่งความรักในทุกๆปีแต่ละแบรนด์จะเฉลิมฉลองวันวาเลนไทน์ด้วยไอเทมชิ้นพิเศษ เราจะพาไปดูกันว่าปี 2019 นี้มีแบรนด์ไหนเผยของออกมาแล้วบ้าง Converse Heart-Filled Chuck 70 Low     ชิ้นแรกกับ Converse ที่ทันแทบทุกเทศกาล ด้วยความคลาสสิคประกอบกับความอมตะของ Chuck Taylor ทำให้สามารถแมทช์ได้กับทุกเทศกาลทุกลุคเลย สำหรับวาเลนไทน์ปีนี้ Chuck Taylor มาในโมเดลของปี 70 วัสดุเป็นหนังสีดำด้านนอกตัดกับผ้าบุด้านในสีแดง สกรีนข้อความ “KEEP LOVING, KEEP FIGHTING” พร้อมรูปหัวใจ วิ่งรอบขอบรองเท้า และตลอดความยาวของเชือกผูกรองเท้า ใต้พื้นรองเท้าสีดำตัดกันดีกับแพทเทิร์นรูปหัวใจสีแดง เปิดราคามาสวยๆที่ประมาณ 2,800 บาทเท่านั้น   Adidas Valentine Themed Superstar       Adidas เองก็หยิบเอาโมเดลสุดคลาสสิคมาใช้ในการเฉลิมฉลองวันแห่งความรักเช่นกัน กับทรงยอดนิยมอย่าง Superstar และมาพร้อมกับความเรียบง่ายแต่ลงตัว

หลังจากที่เมื่อวันก่อนเราเห็นคนแชร์เจ้าหมวก Wide Brim Hat ของ Gucci กันเยอะเลย ซึ่งหน้าตามันก็คลับคล้ายคลับคลาดูเหมือนหมวกสานแบบชาวไร่ชาวนานั่นเอง ก็เป็นปกติครับที่จะโดนแซวกันบ้าง แต่ถ้ามาลองนึกๆดูแล้วนั้นมีไอเทมหลายชิ้นเลยที่เราคุ้นเคยกันดีแต่ไปปรากฏอยู่กับแบรนด์ระดับโลกวันนี้เราจะพามาย้อนดูกันว่าจะมีชิ้นไหนบ้างที่เคยปังมาก่อน     Raf Simons Spring 2018     ถ้าพูดถึง Gucci Wide Brim Hat ไปแล้วก็พลาดไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงไอเทมชิ้นหนึ่งของ Raf Simon นั่นก็คือหมวกปีกว้างที่มาพร้อมกับผ้าโพกหน้า ที่น่าจะพบเจออะไรคล้ายๆแบบนี้ได้ตามไซต์ก่อสร้างบ้านเราแน่นอน แต่ก็ต้องยอมรับว่าคอนเซปต์จาก Blade Runner ของ Raf Simon ในคอลเลคชั่นนี้เขาแข็งแรงจริงๆ หยิบเอาหมวกกับผ้าโพกบ้านๆของเราแมตช์ชิ่งกับ Rain Coat ได้ลงตัวทีเดียวเชียว   Balenciaga Spring/Summer 2017     แล้วก็ขาดไม่ได้เช่นกันกับเจ้ากระเป๋าของ Balenciaga ที่ก็ถือว่าโดนแซวกันหนักกว่าหมวกของ Gucci และ Raf Simon

 เราอาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงบนแคทวอล์คที่เริ่มมีความหลากหลายทางเพศได้อย่างเปิดเผย ต่างจากแต่ก่อนที่ยังไม่ถูกยอมรับมากขนาดนี้ แต่ตอนนี้กลับมีอีกความเคลื่อนไหวเล็กในวงการที่สะดุดตาใครหลายๆคน ในการพยายามจะก้าวข้ามผ่านเรื่องเพศของตัว “แบบ” ที่ไม่ใช่แค่ Transgender แต่กำลังขยับไปสู่ Genderless   Oslo Grace เป็นแบบอีกคนหนึ่งที่น่าจะเห็นผ่านตาบนรันเวย์กันมาบ้างจากหลายๆงาน อย่างงานแจ้งเกิดบนแคทวอล์คของ Jeremy Scott, ลุคอุ้มมังกรของ Gucci, Moschino หรืองานล่าสุดของ KENZO และด้วยความ Genderless มากๆของ Oslo ทำให้เมื่อพิมพ์ชื่อนี้ลงไปใน Google สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาในช่องค้นหาอันดับแรกๆคือ “Oslo Grace Gender” หรือ “Oslo Grace Male or Female” แสดงให้เห็นถึงความสับสนของผู้ชมว่าตกลง Oslo เป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ เพราะ Oslo

Technical Wear อีกหนึ่งเทรนด์ที่ออกมาให้เห็นกันมากขึ้นเรื่อยๆ และน่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆด้วยเช่นกันด้วยการเลือกใช้วัสดุสำหรับการใช้งานที่เฉพาะทางสำหรับ วงการกีฬา กิจกรรมผาดโผน ในห้องปฏิบัติการ หรือแม้แต่บนอวกาศ ซึ่งโดยปกติไม่ได้ถูกใช้ในวงการแฟชั่นมากนัก การหยิบมาแมทช์เข้ากับ Fashion Form ต่างๆทำให้ดึงความคิดสร้างสรรค์และความสนุกสนานของนักออกแบบมาได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งไม่เพียงแต่วัสดุเฉพาะทางเหล่านั้นจะถูกทำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของเสื้อผ้าแฟชั่นเท่านั้น แต่เสื้อผ้า Technical Wear ที่ทำขึ้นเพื่อการใช้งานเฉพาะจริงๆก็มีดีไซน์ที่แฟชั่นมากขึ้น ทำให้เส้นแบ่งระหว่างเสื้อผ้าแฟชั่นจัดๆกับเสื้อผ้าเฉพาะทางเหล่านั้นพร่าเลือนลง และเปิดความเป็นไปได้ใหม่ให้การออกแบบเสื้อผ้าอย่างมาก และด้วยวัสดุที่เราไม่คุ้นเคยกันเนี่ยแหละมันสร้างความ Exotic ในวงการแฟชั่นได้ดีมากๆ ด้วยเหตุนี้เหล่าดีไซน์เนอร์ที่ต้องการหาอะไรใหม่ๆจึงพุ่งเป้ามาที่ Technacal Material กันมากขึ้น แบรนด์แฟชั่นแถวหน้าทั้งหลายไม่ไว่าจะเป็นทั้ง Maison Margiela, Fendi, Prada , Louis Vuitton และอื่นๆอีกเพียบ ก็เริ่มเปิดคอลเลคชั่นของ Technical Wear กันเรื่อยๆในช่วงปีสองปีที่ผ่านมา ก็ถือเป็นทิศทางที่ดีในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แต่ที่มากกว่านั้นแบรนด์ที่ทำ Technical

Vest - เสื้อกั๊กไม่ต้องกั๊ก         ถือเป็นไอเทมที่อยู่เหนือกาลเวลาแบบเงียบๆ ถึงจะไม่ค่อยได้เฉิดฉายเป็นพระเอกแต่ก็ติดเทรนด์แฟชั่นมาด้วยเสมอๆ ซึ่งในปี 2019 น่าจะได้เห็นเสื้อกั๊กทั้งในลุค Western สุดคลาสสิค หรือ Baggy  และขาดไม่ได้กัยลุค War Core ที่พุ่งแรงสุดๆ มาแถมพ่วงเพื่อนสนิทอย่าง Cross Body Bag แบบกระเป๋ากันกระสุนที่พุ่งแรงไม่แพ้กันมาด้วย   Shorts - ซ่าแบบสั้นสั้น         กางเกงขาสั้นก็ยังคงอยู่คู่ทุกตู้เสื้อผ้าเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือได้รับโอกาสดีๆในการได้ไปอยู่หลายที่หลายทางมากขึ้น กางเกงขาสั้นดูจะ Formal ขึ้นเรื่อยๆทั้งในลุควินเทจๆอย่าง American Boy 80s ลุคเนี๊ยบหรูแบบ British Heritage หรือแม้กระทั่ง Dad Fashion สุดชิคลามไปยันลุค Skater แบบโตที่กำลังมาเหมือนกัน   Skater - เด็กสเก็ตโตแล้ว       ต้องยอมรับจริงๆว่าไอเทมหลายๆชิ้นของชาวสเก็ตบอร์ดนั้นหยิบมาจับคู่ได้สนุกมือมากๆ แต่ก็อย่าเข้าใจผิดไป เพราะไม่ใช่ยุคของสไตล์แบบ Old School Skater แต่เป็นแบบ

ก็พึ่งจะประกาศกันไปหมาดๆเมื่อคืนเลยกับ Pantone Color of The Year 2019 นั่นก็คือ PANTONE 16-1546 Living Coral (จริงๆแล้วเราก็เคย mention ถึงไปแล้วตั้งแต่เมื่อเดือนกันยายนเลยจากบทความ COLOR THEME 2019 นั่นเอง)     ซึ่งเป็นประจำทุกช่วงปลายปีที่ Pantone จะประกาศสีแห่งปีของปีถัดไปออกมา และนับว่ามีอิทธิพลต่อเทรนด์การออกแบบในอนาคตเลยทีเดียว (แต่ว่าก็แล้วแต่ปีไปว่าสีไหนปังจริงปังหลอก) โดยทาง Pantone ก็นิยามเจ้าสี Living Coral ไว้ว่าเป็นสีแห่งความมีชีวิตชีวา แถมยังมอบพลังบวกสร้างความสดชื่นอีกด้วย นับเป็นสีแห่งธรรมชาติที่ไม่จำเป็นต้องเป็นสีเขียวอีกต่อไป ซึ่งก็ล้อกันดีกับเทรนด์รักษ์โลกที่มาแรงมากในยุคนี้ ซึ่งการใช้งานของสี Living Coral อาจจะดูใช้ยากไปซักนิดด้วยโทนสีที่โดดเด่นและแตกต่าง แต่จริงๆแล้ว Living Coral ก็ถูกใช้แมตช์กับสีอื่นๆอยู่ตลอด

X